ก.พ.ร.ลงนามความร่วมมือโครงการห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ

สำนักงาน ก.พ.ร.ลงนามความร่วมมือโครงการห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ 4 พันธมิตร คิดค้นและสร้างนวัตกรรมด้านการวางนโยบายสาธารณะ วิษณุ เชื่อ การลงนามครั้งนี้ ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการปฏิรูประบบราชการ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือโครงการห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือ ได้แก่โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือนำร่องดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐกับ 4 กระทรวง ได้แก่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงสาธารณสุข

เพื่อประสานความร่วมมือในการคิดค้นและสร้างนวัตกรรมด้านการวางนโยบายสาธารณะร่วมกันผ่านกระบวนการทดสอบทดลองในห้องปฏิบัติการออกแบบ โดยมีหลักการคือ การสานพลังความร่วมมือกับทุกภาคส่วน หารือร่วมกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับบริการภาครัฐ ก่อนช่วยกันเสนอแนวทางแก้ไขและสรุปเป็นต้นแบบนวัตกรรมงานบริการภาครัฐ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบเพื่อให้มั่นใจต่อผู้รับบริการว่าจะได้รับบริการอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ กระบวนการคิดเชิงออกแบบของโครงการนั้น สอดคล้องกับศาสตร์พระราชา หรือหลักการทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งโครงการห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐปี 2560 มีขอบเขตการดำเนินงานประกอบด้วยการจัดหลักสูตรเพื่อปรับกระบวนการทางความคิดและเสริมสร้างสมรรถนะของบุคลากร ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนให้เข้าใจกระบวนการคิดเชิงออกแบบ สามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนางานนวัตกรรมภาครัฐ

และการนำร่องโดยอาศัยแนวคิดการออกแบบเพื่อการพัฒนา อาทิ ระบบรอคิวตรวจรักษาในโรงพยาบาล การแก้ปัญหาความล่าช้าในกระบวนการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพร การปรับกระบวนการออกมาตรฐาน ISO ของห้องปฏิบัติการทดสอบเพื่อส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศ และการแก้ไขปัญหาประชาชนแนวระดับพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ภาครัฐได้ปรับปรุงงานบริการ ยึดหลักธรรมาภิบาลและแนวทางประชารัฐให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นายวิษณุ กล่าวว่า ปีนี้นายกรัฐมนตรีประกาศให้เป็นปีแห่งการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และเป็นปีที่กฎหมายอำนวยความสะดวกใช้บังคับครบ 2 ปี ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานจากแต่ละกระทรวงที่จะดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนแล้ว ทั้งการขอรับใบอนุญาต การติดต่อราชการต่าง ๆ และได้สรุปว่า สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น คือ คำว่าปลุกจิตสำนึกของเจ้าหน้าที่และข้าราชการให้มี Service mind หรือจิตสำนึกในการให้บริการ จึงเชื่อว่า สิ่งต่าง ๆ จะดีขึ้น

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภาครัฐพยายามบอกข้าราชการว่า อย่าให้คิดว่าการบริการประชาชนนั้นเป็นภาระ เพราะไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือข้าราชการระดับเล็ก ทุกคนย่อมมีหมวกอีกหนึ่งใบที่อยู่ในสถานะประชาชนที่ต้องติดต่อราชการในส่วนต่าง ๆ เช่นเดียวกัน ดังนั้น สิ่งที่ ก.พ.ร.คิดขึ้นมาขณะนี้ คือ ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ ที่แก้ปัญหาร่วมกันแล้วผลที่ได้จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกหน่วยงาน

“เป็นอะไรสักอย่างที่มีอะไรโยนเข้าไปแล้วช่วยกันคิดช่วยกันทำ ซึ่งเป็นแนวทางเช่นเดียวกันหลักสูตรอบรมเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) รุ่นที่ 1 ที่เป็นการอบรมผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงต่างๆ ไม่เน้นให้ครูเป็นผู้สอนบรรยาย แต่เน้นให้นักเรียนช่วยกันคิดช่วยกันแก้ปัญหาแล้วมาแสดงวิสัยทัศน์ ดังนั้น การลงนามความร่วมมือทั้ง 2 ฉบับนี้ จึงถือว่า ได้ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ตอบสนองปีแห่งการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน และตอบสนองการปฏิรูประบบราชการ” นายวิษณุ กล่าว .-สำนักข่าวไทย