nissan x trail “นิสสัน เอ็กซ์-เทรล ไฮบริด” มาทีหลัง….ไม่ผิดหวัง

nissan x trail “นิสสัน เอ็กซ์-เทรล ไฮบริด” มาทีหลัง….ไม่ผิดหวัง ชั่วโมงนี้คงไม่มีรถประเภทไหนร้อนแรงไปกว่า “เอสยูวี” ส่วนจะเป็นโมเดลที่พัฒนามาจากพื้นฐานปิกอัพ(พีพีวี) หรือรถยนต์นั่ง และขนาดสัดส่วนเป็นอย่างไร วางเครื่องยนต์บล็อกไหน ก็ต้องมาพิจารณาตามความชอบ การตอบสนองการใช้งานของแต่ละคน(ครอบครัว)ที่ต่างกันออกไป

ที่สำคัญคือความสามารถในการซื้อหามาเป็นเจ้าของ เพราะปัจจุบันเอสยูวีมีให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ราคา 6 แสนบาทไปยังหลัก(หลาย)ล้านบาท มีทำตลาดกันเยอะที่สุด ตั้งแต่ชีวิตผู้เขียนลืมตาจำความได้

จริงๆเทรนด์นี้เริ่มชัดเจนมาสัก 2-3 ปีแล้วละครับ ด้วยเทคโนโลยียานยนต์ที่พัฒนา ทั้งโลหะศาสตร์ และระบบขับเคลื่อน ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ ลองผิดลองถูกกันมาเยอะก่อนที่จะก้าวล้ำนำสมัย และมั่นใจว่ามีรถลงตลาดแล้วขายได้แน่ๆ

ล่าสุดกับ “นิสสัน เอ็กซ์-เทรล” (Nissan X-Trail) ที่มาพร้อมระบบไฮบริด ซึ่งเป็นไฮบริดในแบบฉบับของนิสสันเอง (แม้จะใช้เครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าและมีแบตเตอรี่ เหมือนยี่ห้ออื่นๆ)

โดยจุดเด่นของระบบไฮบริดของนิสสันคือ การใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ไดเรกอินเจกชัน พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว (โตโยต้า ฮอนด้า ใช้มอเตอร์สองตัว เพื่อเป็นมอเตอร์ขับเคลื่อนและเจเนอเรเตอร์ปั่นไฟ แต่หลักการทำงานก็ต่างกัน) คลัทช์สองชุด และส่งกำลังลงสู่ล้อด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT

ตามที่ผู้เขียนเคยบอกในบทความครั้งก่อน นิสสันเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า คลัทช์คู่อัจฉริยะ (Intelligent Dual Clutch System) ด้วยการใช้คลัทช์สองตัวทำหน้าที่ตัดและส่งกำลัง โดยตัวแรก(คลัทช์แห้ง)อยู่ระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า และตัวที่สอง (คลัทช์เปียก) อยู่ระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากับเกียร์ CVT

ข้อดีที่เห็นได้ชัดของระบบไฮบริดนิสสันคือ ขนาดกะทัดรัด (มีมอเตอร์ลูกเดียว) สามารถนำไปใช้กับรถยนต์เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้าหรือสี่ล้อได้อย่างสบาย อันสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ไม่น่าจะสูงเกินไป

ขณะที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ก็บริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ทั้งยังเตรียมพร้อมรับกับเมืองร้อน หรือสภาพภูมิอากาศที่ต่างไปในแต่ละภูมิภาค จึงการันตีเรื่องคุณภาพการใช้งานและความทนทานได้ระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การที่นิสสันวางแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนอยู่ใกล้ๆกับพื้นที่เก็บยางอะไหล่ด้านหลัง ส่งผลให้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังหายไปเล็กน้อย (พื้นถูกยกขึ้นมานิดหนึ่ง) ขณะเดียวกันเบาะนั่งแถวสามก็หายไปด้วย

ใครซื้อ “เอ็กซ์-เทรล ไฮบริด” แล้วเพิ่งเปิดดูอย่าไปคิดว่า นิสสันลืมติดตั้งเบาะนั่งแถวสามมาให้นะครับ มันไม่มีตั้งแต่แรก!!!

รวบรัดตัดความ…ต้องใช้คำว่ามาทีหลังดังกว่า สำหรับ“นิสสัน เอ็กซ์-เทรล ไฮบริด” ซึ่งผู้เขียนไม่ได้หมายถึงเสียงของระบบขับเคลื่อนนะครับ แต่หมายถึงราคาเปิดตัวที่ทำออกมาต่ำเกินคาด หากพิจารณาจากคัมรี-แอคคอร์ด ไฮบริด ที่ขายกันไม่ต่ำกว่า 1.6 ล้านบาท ทั้งยังมีช่องว่างราคาที่ต่างจากรุ่นเครื่องยนต์ปกติอยู่เป็นหลักแสนบาท (แต่นิสสันต่างกัน 6.8 -7.8 หมื่นบาท หรือตัวท็อปเครื่องยนต์เบนซิน 2.5V 4WD ยังแพงกว่าตัวท็อป 2.0V 4WD Hybrid 1.56 แสนบาทด้วยซ้ำ)

ใจความสำคัญคือ นิสสันทำการบ้านมาละเอียดกับระบบไฮบริดแบบ “คลัทช์คู่อัจฉริยะ” ด้วยการออกแบบโครงสร้างกลไกลขับเคลื่อนที่ไม่ต้องซับซ้อนมาก และใช้มอเตอร์เพียงตัวเดียว(ในระดับของฟูลไฮบริด) ดังนั้นน่าจะบริหารจัดการต้นทุนได้ดี จึงทำราคาขายได้น่าสนใจ พร้อมตอบโจทย์เรื่องการประหยัดพลังงานได้พอสมควร ขณะที่การขับขี่ยังยอดเยี่ยมทั้งพละกำลัง ช่วงล่างการ การทรงตัว (จริงๆช่วงล่างเหมือนจะแข็งกว่ารุ่นปกตินิดๆ) ถือเป็น “เอสยูวี ไฮบริด” ที่สมรรถนะลงตัวในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในตลาดเมืองไทย ณ ตอนนี้